ประกันสังคม ติดกับดักผลตอบแทนต่ำ อนุกรรมการฯ เตือน อีก 25 ปี เงินชราภาพเสี่ยงหมด
ประกันสังคม ติดกับดัก ผลตอบแทนต่ำ ระบบราชการที่ไม่กล้าตัดสินใจ อนุกรรมการฯ เตือน อีก 25 ปี เงินชราภาพเสี่ยงหมด
น.ส.ภัณฑิรา เวอร์การา อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กองทุนประกันสังคม กล่าวในงานเสวนา “มองอนาคตลงทุน ประกันสังคม” ว่า ภาพรวมและอุปสรรคสำคัญของกองทุนประกันสังคมว่า ปัจจุบันกองทุนมีขนาดใหญ่ถึง 2.8 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่กว่างบประมาณแผ่นดินส่วนที่ขยับได้จริงเกือบ 3 เท่า อย่างไรก็ตาม ภายใต้การบริหารจัดการในระบบราชการกลับมีข้อจำกัดมากมายที่ทำให้กองทุนไม่สามารถเติบโตได้ทันตลาดโลก เนื่องจากอุปสรรคทางโครงสร้างที่เป็นข้อจำกัดมากกว่าตัวการบริหารจัดการการลงทุนเอง
"อุปสรรคทางโครงสร้างมันอาจจะเป็นข้อจำกัดมากกว่าการบริหารจัดการการลงทุนเสียด้วยซ้ำไป พอเราอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของระบบราชการ มันมีข้อจำกัดหลายอย่างมาก แล้วด้วยไซส์ของมันเอง ก็อาจจะไม่อาจสามารถวิ่งตามตลาดโลกได้"
สำหรับประเด็นที่คนส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่า เหตุใดกองทุนในประเทศอื่นยังบริหารโดยภาครัฐได้ น.ส.ภัณฑิรา ชี้แจงว่าหัวใจสำคัญอยู่ที่ "ธรรมาภิบาลการลงทุน" โดยในประเทศที่มีธรรมาภิบาลสูง ประชากรจะมีความเชื่อถือในหน่วยงานรัฐมากกว่าเอกชน แต่สำหรับประเทศไทย การรอให้ระบบราชการปรับตัวสู่ความเป็นมืออาชีพอาจเป็นเรื่องที่สายเกินไปท่ามกลางสภาวะสังคมสูงวัยที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมากกว่าวัยทำงาน
จากการวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนที่ผ่านมา พบปัญหาใหญ่ 2 ประการ คือ 1. พอร์ตลงทุนในประเทศไทยมากเกินไป และ 2. พอร์ตรับความเสี่ยงต่ำเกินไป โดยประกันสังคมไทยลงทุนในพันธบัตรสูงถึง 70% ในขณะที่กองทุนหลักๆ ของโลกใส่ไว้เพียง 33% เท่านั้น ซึ่งการรับความเสี่ยงที่ต่ำเกินไปในระยะยาวจะส่งผลให้พอร์ตมีอายุสั้นลงและเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทีมลงทุนจึงได้ผลักดันแผนการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (SAA) ฉบับที่ 5 โดยมีการแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส ได้แก่
-เฟสที่ 1 (ปี 2567-2569) ลดสัดส่วนสินทรัพย์มั่นคง (ความเสี่ยงต่ำ) ลงเหลือ 65% และเพิ่มสินทรัพย์ที่เติบโตสูง (ความเสี่ยงสูง) เป็น 35%
-เฟสที่ 2 (เริ่มกลางปี 2570) ตั้งเป้าขยับสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์มั่นคงและสินทรัพย์เติบโตสูงไปที่ 50:50
"การลงทุนที่ดีมันไม่ได้เป็นการลงทุนที่รับความเสี่ยงต่ำ เพราะว่าการลงทุนที่เราไม่อยากรับความเสี่ยงเลย มันคือเป็นความเสี่ยงที่ทำพอร์ตโฟลิโออายุสั้นลง เราเดินแบบสโลว์โมชั่นมา 33 ปี แล้ววันที่เราเข้ามาดู เราเห็นว่าเราต้องมีการแก้ไขอย่างค่อนข้างฉับพลัน"
นอกจากนี้ น.ส.ภัณฑิรา ระบุว่า จุดเน้นสำคัญของแผนใหม่คือการเพิ่มสัดส่วนในสินทรัพย์นอกตลาด เช่น หุ้นนอกตลาด, อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กองทุนเพนชั่นทั่วโลกและนักลงทุนรายใหญ่ใช้สร้างผลตอบแทนอย่างเป็นกอบเป็นกำ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในระดับโลกคือ การลงทุนในหุ้น Formula 1 หรือการควบรวมกิจการสนามบินระดับโลกอย่าง Heathrow ที่สร้างกำไรมหาศาล
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้จัดการกองทุน (Fund Managers) ระดับโลกกว่า 30-40 ราย สนใจที่จะเข้ามานำเสนอโอกาสการลงทุนให้แก่กองทุนประกันสังคมไทย หลังจากที่กองทุนเริ่มแสดงท่าทีเปิดรับและปรับภาพลักษณ์ให้เป็นสากลมากขึ้น
สุดท้าย น.ส.ภัณฑิรา ย้ำว่าการปรับแผนการลงทุนเป็นเพียงการแก้ปัญหาเบื้องต้น ทางออกที่ยั่งยืนคือการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความอิสระในการบริหารจัดการมากขึ้น คล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ก้าวข้ามอุปสรรคของระบบราชการและสามารถลงทุนเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทุนระดับโลกอย่าง GPIF ของญี่ปุ่น หรือกองทุนของนอร์เวย์และเกาหลีใต้ได้
"การที่เราต้องบริหารเงินทุนไซส์ใหญ่ขนาดนี้ในระบบราชการ มันไม่สามารถบริหารจัดการได้ดีพอ ทางออกสำหรับการที่เราเอาออกมาบริหารให้มีอิสระมากขึ้น อาจจะคล้ายๆ กับกองทุน กบข. หรือว่าเป็นองค์กรคล้ายๆ กับธนาคารแห่งประเทศไทย มันน่าจะทำให้เราผ่านอุปสรรคปัญหาโครงสร้างได้"
ด้านนายพบพนิต ภุมราพันธุ์ อนุกรรมการด้านการบริหารความเสี่ยง กองทุนประกันสังคม เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดของกองทุนประกันสังคมที่กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนประเภท Defined Benefit (DB) หรือ กองทุนที่การันตีผลประโยชน์ทดแทนให้สมาชิก ซึ่งทำให้กองทุนรับรู้ภาระผูกพันล่วงหน้าว่าต้องจ่ายเงินให้ผู้เกษียณจำนวนเท่าไหร่และยาวนานแค่ไหน
แต่ปัญหาสำคัญคือการเติบโตของเงินกองทุนในปัจจุบันยัง "ไม่เพียงพอ" ที่จะรองรับภาระดังกล่าวได้ โดยมีการศึกษา พบว่า เพื่อให้กองทุนอยู่รอดได้ จำเป็นต้องสร้างผลตอบแทนให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6% ต่อปี แต่ปัจจุบันกองทุนทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้เพียงประมาณ 3% เท่านั้น ซึ่งหากทำไม่ได้ตามเป้า กองทุนจะต้องดึงเงินสะสมออกมาจ่าย (Drawdown) จนกระทั่งเงินหมดลงในที่สุด
ส่วนประเด็นที่ผลตอบแทนปีล่าสุดดูเหมือนจะสูงขึ้น นายพบพนิต ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงกำไรทางบัญชีจากการตีราคาตลาด ของพันธบัตรที่ราคาพุ่งสูงขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาลง แต่ในความเป็นจริง กองทุนประกันสังคมเน้นถือครองตราสารหนี้จนครบกำหนดอายุเพื่อรับดอกเบี้ยเป็นหลัก ทำให้รายรับจริงที่เป็นตัวเงินไม่ได้เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด ซ้ำร้ายเมื่อพันธบัตรชุดเดิมครบกำหนด การไปซื้อพันธบัตรชุดใหม่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ จะได้รับดอกเบี้ยที่ลดลง ซึ่งยิ่งทำให้การไปถึงเป้าหมาย 6% เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้น
"เวลาเราถือซื้อตราสารหนี้ไว้เพื่อกินคูปอง หรือไว้จนครบกำหนดอายุเนี่ย สิ่งที่เราได้จริงๆ ไม่ใช่ว่าตราสารหนี้ราคาขึ้นลงไปเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราได้จริงๆ คือคูปองของใหม่กำลังจะได้คูปองลดลง ถูกไหมครับ และเรามีโจทย์ที่ต้องทำมากขึ้น"
นอกจากนี้ นายพบพนิต ยังเปรียบเทียบโครงสร้างการลงทุนปัจจุบันว่า กองทุนประกันสังคมไทยมีขนาดใหญ่มากจนเกิดภาวะ "Home Bias" หรือการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในประเทศ เปรียบเสมือน "ปลาตัวใหญ่ที่ถูกขังอยู่ในอ่างน้ำเล็กๆ" จะขยับตัวทีน้ำก็กระฉอกล้น ส่งผลกระทบต่อตลาดและบริหารความเสี่ยงได้ยาก ทางออกคือต้องลดความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด (Private Assets) ให้มากขึ้น เพื่อลดการกระจุกตัวและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน
"วิธีที่ยากที่สุดเลย คือไปลงทุนตรง ซื้อสินทรัพย์ตัวหนึ่ง เราไม่ควรจะเริ่มจากสิ่งที่ยากที่สุดก่อน เรามีสิ่งที่ง่ายกว่านั้น เราลงทุนในกองที่เขามีอยู่แล้ว แล้วก็มีผู้จัดการกองทุน เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในนั้นก่อน"
สำหรับการขยับสัดส่วนสินทรัพย์นอกตลาดจาก 2-3% ไปสู่เป้าหมาย 15% นั้น นายพบพนิตมองว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะสินทรัพย์กลุ่มนี้มีความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใสของราคาและประเมินมูลค่าได้ยาก จึงเสนอแนะว่า กองทุนไม่ควรรีบลงทุนทางตรง เพราะมีความเสี่ยงสูงหากขาดความชำนาญ แต่ควรเริ่มจากการลงทุนผ่านกองทุนระดับโลก ที่มีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดูแลอยู่แล้ว เพื่ออาศัยความเชี่ยวชาญและระบบบริหารความเสี่ยงของเขา ก่อนที่จะค่อยๆ เรียนรู้และเติบโตไป
ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ "ความเป็นราชการ" ที่ขาดความยืดหยุ่น โดยยกตัวอย่างความล่าช้าในการออกระเบียบการบริหารความเสี่ยง เพียงแค่การตกลงนิยามคำศัพท์เทคนิคการลงทุน (เช่น Core, Core Plus) ให้เป็นภาษาราชการ เพื่อให้บอร์ดเข้าใจตรงกัน ก็ต้องใช้เวลาถกเถียงกันนานถึง 3 เดือน
นอกจากนี้ การทำสัญญาลงทุนกับต่างประเทศโดยตรงก็ทำได้ยากและใช้เวลานานเป็นปี ทำให้เสียโอกาสในการลดต้นทุนตัวกลาง ส่วนเรื่องความโปร่งใสนั้น ตนอยากเห็นเว็บไซต์ที่เปิดเผยข้อมูลได้ชัดเจนเหมือน "กองทุนบำนาญนอร์เวย์"
ด้านนายไชยวัฒน์ วรรณโคตร อนุกรรมการบริหารความเสี่ยง กองทุนประกันสังคม เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับอายุของกองทุนว่า ตามสมมติฐานและการประเมินปัจจุบัน หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างหรือการบริหารจัดการ กองทุนประกันสังคมจะสามารถอยู่รอดได้อีกเพียงประมาณ 25 ปี หรือจะหมดลงในช่วงปี2050 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องเร่งหาทางออก
"ในอีก 25 ปีเงินจะหมด กองทุนแบบ Defined Benefit ถูกออกแบบมาให้ล่มเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นความท้าทายถัดมาว่าจะทำยังไงให้กองทุนมันอยู่ต่อรอดต่อไปได้"
นายไชยวัฒน์ ได้ขยายความถึงปัญหาระบบราชการว่า สิ่งที่ฉุดรั้งประสิทธิภาพการลงทุนคือ "วัฒนธรรมความกลัว" โดยเฉพาะความกลัวต่อกฎหมายมาตรา 157 และระเบียบราชการที่เข้มงวด ทำให้ข้าราชการไม่กล้าตัดสินใจเมื่อสินทรัพย์ที่ลงทุนไปมีปัญหา เพราะเกรงว่าจะถูกลงบัญชีว่าขาดทุนและถูกมองว่าทำให้รัฐเสียหาย ส่งผลให้กองทุนจำใจต้องถือสินทรัพย์เน่าเสียไว้จนแก้ไขยาก
อย่างไรก็ตาม เพื่อผ่าทางตันนี้ นายไชยวัฒน์ เสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างด้วยการแก้กฎหมาย เพื่อนำกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ เปลี่ยนสถานะเป็นองค์กรอิสระ ที่บริหารงานภายใต้กฎหมายของตนเอง โดยมีรูปแบบคล้ายกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ยังมีความยึดโยงกับรัฐแต่มีอิสระในการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ โดยประเมินว่าหากมีความชัดเจนจากทางการเมือง กระบวนการแก้กฎหมายนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ก็จะแล้วเสร็จ
ในส่วนของการบริหารงาน นายไชยวัฒน์เสนอให้ปรับลดจำนวนคณะกรรมการลง จากปัจจุบันที่มี 21 คน เพื่อความคล่องตัว และเพิ่มสัดส่วนบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งของผู้ประกันตนและนายจ้างให้เป็นเสียงส่วนใหญ่ เพื่อให้ยึดโยงกับเจ้าของเงินตัวจริง
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยถึงแผนการหารายได้เพิ่มด้วยการขยายเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบ จากปัจจุบันที่อยู่เพียง 15,000 บาท ขยับขึ้นเป็น 17,500 บาท เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าสู่กองทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการยืดอายุกองทุน
"ถ้าเราเปลี่ยนโครงสร้างหมดแล้วแล้วทำให้บอร์ดยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะสามารถที่ตรวจสอบถ่วงดุลบอร์ดได้เรื่อยๆ"
ทั้งนี้ ในประเด็นเรื่องความโปร่งใส นายไชยวัฒน์ ยอมรับว่าปัจจุบันเว็บไซต์ประกันสังคมยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ดีนักและระบบล่มบ่อย เพราะเจ้าหน้าที่กลัวความผิดพลาดหากเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ แต่หากปฏิรูปโครงสร้างสำเร็จ การตรวจสอบจะทำได้เข้มข้นขึ้นผ่านการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และกลไกบอร์ดเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันคอร์รัปชันหรือเงินทอนในการลงทุนได้ดีกว่าระบบปัจจุบัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB